Final Fantasy 13

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ไม่ได้คาดหวัง เพราะอะไร ก็เพราะว่า FF นั้นเปลี่ยนไปมาก ทีมงานก็เปลี่ยน นักแต่งเพลงก็ไม่ใช่เทพอย่าง Nobuo แล้วหลังๆมานี้ technology การพัฒนาเกมของญี่ปุ่นก็ตามหลังฝั่งตะวันตกเสมอ โดยเฉพาะเรื่อง graphics, และ physics engine (ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เรื่องยาวเลยละ สามารถเขียนเป็นอีก Post นึงได้เลย ไว้รอบหน้าละกัน)

เพราะฉะนั้นสิ่งที่หวังได้ก็คือ production gameplay เนื้อเรื่อง เพลง และโดยเลือด Fanboy ที่อยู่ในตัว ก็ไม่แปลกที่จะหาเกมนี้มาเล่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เปิดตัวด้วย CGI MOVIE ที่เป็นที่ยอมรับในวงการเกมว่าค่ายนี้เขาลงทุนกับตรงส่วนนี้มากจริงๆ ซึ่งมันเป็นจุดเด่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว สำหรับคนที่เล่น FF มานานก็จะรู้ว่า FF เน้นเรื่อง Visual หรือว่าเรื่องของภาพมากๆ ในยุคก่อนๆสมัย SFC จะเห็นได้เลยว่า SquareSoft ในสมัยนั้นเป็นผู้นำทางด้าน pixel art อย่างแท้จริง ภาพที่ได้นั้นสวยอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในยุคของมันเลยทีเดียว แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมา การทำ graphics ให้สวยนั้นมันอาศัยงานที่เยอะมากขึ้น เครื่องมือและ technology ที่ไปเร็วมาก ไม่ใช่ว่า designer จะเอาปากกามาจิ้มที่ละ Pixel แล้วมันจะออกมาสวย คือสำหรับ pixel art มันทำอะไรไปได้มากกว่านั้นไม่ได้แล้ว แต่ในโลกของ 3D สมัยนี้ยิ่งมี shader (programmable rendering pipeline) อุปกรณ์ที่ใช้ยิ่งซับซ้อนเข้าไปใหญ่ มันไม่ใช่ designer เท่านั้นที่จะต้องเก่ง แต่ programmer นั้นก็ต้องเก่งด้วย ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าญึ่ปุ่นตามหลังตะวันตกอยู่มาก(programming นะ)

ส่วนตัวจึงคาดไว้เลยว่า graphics engine คงจะออกมาสู้ uncharted2 ไม่ได้แน่ๆ แล้วก็เป็นไปตามคาด คือ shader นั้นมันธรรมดามากๆ มี Normal map, bloom filter and etc ที่ธรรมดาเหลือเกิน น้ำก็ออกมาธรรมดา แต่ไปตกใจตรงที่ designer สามารถนำข้อจำกัดนี้มาสร้าง และชดเชยให้มันออกมาดีได้ เช่น animation ที่ลื่นไหล texture ที่ลงตัว คือ texture นี่มันก็ blend effect กันธรรมดานี่แหล่ะ แต่มันออกมาสวยมาก มีการใช้ billboard อยากมากมาย แต่มันก็ออกมาดูดี dynamic lighting ที่ programmer ไม่ได้ทำไว้ให้ ก็ไม่เป็นปัญหากับ team designer ก็เพราะว่า bake texture ออกมาขั้นเทพ จัดแสงขั้นเทพ มันแทบจะลบข้อด้อยของ graphics engine ออกไปจนหมดเลย เพราะว่าภาพรวมแล้วมันออกมาดูดีมาก

Gameplay อันนี้เป็นอย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า FF นั้นมักจะเปลี่ยน gameplay ไปเรื่อยๆ ซึ่งภาคนี้ก็เปลี่ยนไปมากเช่น เช่นการใช้เวทย์มนต์ที่ไม่ได้ใช้ MP การจัด paradigm (formation) ของทีม การโจมตีศัตรูจนมันตกอยู่ในสภาพที่จะรับ damage เกิน 100% ก็จะมีเงื่อนไขต่างๆว่าทำยังไงถึงจะทำได้เร็วๆ บางทีสามารถที่ให้พุ่งไปถึง 999% เลย ถือว่าสนุกใช้ได้ครับ แปลกใหม่ดี ยังไงแฟนๆก็คงไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วว่า FF จะมี gameplay แบบเดิมโผล่มา ผมก็เป็นคนที่คิดแบบนั้นเหมือนกัน

เนื้อเรื่อง ส่วนปลีกย่อยทำออกมาได้ดีแนวการ์ตูนญี่ปุ่นคือเป็นการให้กำลังใจกัน การดำเนินชีวิต แนวคิดและมุมมองของแต่ละตัวละคร ซึ่งหาได้ยากจากเกมฝั่งตะวันตก ตรงนี้แหล่ะที่ทำให้ผมยังอยากเล่น RPG อยู่

เพลง ….. ไม่ชอบเลยอ่าาา.. :~

การดำเนินเนื้อเรื่องที่เป็นเส้นตรง ความรู้สึกของเกมว่ามันโดนตัดอะไรออกไปเยอะ และเหมือนจะรีบออกไปหน่อย เป็นข้อเสียใหญ่ของเกมนี้เลย ถ้ามันจะออกภาค XIII-2 ก็ไม่ต้องแปลกใจนะ เพราะดูจาก content แล้วมันเอาไปสร้างอะไรได้อีกเยอะ

*ประทับใจเป็นพิเศษคือความกว้างใหญ่ของโลก Pulse จากภาพข้างบนนี้🙂

ให้ 8.0/10 นะจ๊ะจุ๊บๆ FF XIII-2 ออกก็จะรีบไปซื้ออีกโดยไม่แคร์สื่อ เพราะว่าเกมนี้ผมคงจะเป็น fanboy มันไปจนตาย (แบ่งให้ uncharted นิดนึงนะ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: